Indiana Jones and the Last Crusade

ตั้งใจจะพยายามเขียนเกี่ยวกับหนังโปรดของผมอย่างน้อยสักเดือนละเรื่อง วันนี้มาต่อกันที่ตอนที่สามของ Indiana Jones ที่มีชื่อตอนว่า Indiana Jones and the Last Crusade สำหรับผมแล้ว ความรู้สึกตอนได้ดูครั้งแรก ซึ่งถ้าจำไม่ผิด คือประมาณช่วงที่ผมเรียนอยู่ชั้น ม.6  :oops: และจากที่ได้ดูครบสี่ตอนแล้ว ส่วนตัวรู้สึกว่าตอนนี้เป็นภาคที่สมบูรณ์และสนุกที่สุด ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการเดินเรื่อง บท โปรดักชั่น รวมทั้งดารานำซึ่งมีถึงสองคน คนแรกก็รับบทของ ดร.โจนส์เจ้าเก่า ซึ่งในภาคนี้มักจะถูกเรียกว่า (Dr.Jones) Junior แทบตลอดเรื่อง ทำไมนะเหรอครับ เพราะภาคนี้ มีจอมขโมยซีน (ผมตั้งของผมเอง :roll:) คือ ผู้ที่เคยยรับบท 007 ในอดีต นั่นก็คือ ฌอน คอนเนอร์รี่ (Seans Connery) ซึ่งมาในบทของพ่อ Dr.Jones Senior ซึ่งความสามารถในเรื่องโบราณคดีและแก้ไขปริศนาต่างๆในเรื่อง ไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกชายเลย แต่ทำไมถึงว่าเป็นจอมขโมยซีนเหรอครับ ต้องไปดูเอง เล่าหมดเดี๋ยวจะไม่ฮาครับ

ในภาคนี้ก็เป็นการติดตามหา จอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail) ที่ Dr. Jones Senior ใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้าและตามหา มาตลอดชีวิตของการเป็นนักโบราณคดีเลยทีเดียว ซึ่งจอกศักดิ์สิทธิ์นี้ เชื่อว่ากันว่าเป็นจอกที่พระเยซูทรงใช้ในในเหตุการณ์ที่ชื่อว่า “Last Supper” ก่อนที่พระเยซูจะเสียชีวิต และว่ากันว่าคนที่ได้ดื่มน้ำจากจอกนี้จะกลายเป็นผู้ที่ได้พลังอำนาจจากจอกศักดิ์สิทธิ์ แต่แน่นอนเมื่อมีฝ่ายพระเอกก็ต้องมีผู้ร้าย การกลับมาของเหล่านาซี (Nazi) จากที่ไม่ปรากฏในภาคที่แล้ว ที่มาร่วมแย่งชิงและขัดขวางการค้นหาของฝ่ายดอกเตอร์โจนส์ ที่น่าสนใจก็คือในช่วงแรกของหนังประมาณสามสิบนาที เราจะได้รู้ที่มาของหมวก แส้ และทำไม ดร.โจนส์ ถึงได้กลัวงูเอามากๆ และ ดร.โจนส์ วัยเด็กรับบทโดย River Phoenix ซึ่งดูจากลีลาการแสดงในตอนนั้นได้มีการคาดกันว่าจะเป็น อินเดียน่าโจนส์คนต่อไปเลยทีเดียว (ถ้าพี่แฮริสัน ฟอร์ด แกแก่จนรับบทนี้ไม่ไหวแล้ว) แต่น่าเสียดายที่ริเวอร์ ฟินิกซ์ ได้เสียชีวิตไปซะแล้วครับ ภาคนี้รวมเวลาแล้วประมาณถึงสามชั่วโมงเลยทีเดียว แต่รับรองได้ครับว่าไม่มีเบื่อแน่นอน

สำหรับผู้อำนวยการสร้าง และผู้กำกับ ยังเป็นคู่หูคู่เดิมเจ้าเก่าครับ จอร์จ ลูคัส (Gorge Lucas) และ สตีเว่นสปีลเบิร์ก (Steven Speelberg) และอีกคนที่อดจะพูดถึงไม่ได้ก็คือ John Williams ครับ ถ้าคนเป็นแฟนประจำของหนังที่สปีลเบิร์กำกับแล้ว ถ้าสังเกตุเครดิตตอนท้ายเรื่อง คนนี้แหล่ะครับจัดได้ว่าเป็นมือขวาในการทำดนตรีประกอบ หรือ ที่เรียกว่า Theme ของหนังสปีลเิบิร์กแทบทุกเรื่องเลยก็ว่าได้ แต่เท่าที่เคยดูหนังของสปีลเบิร์กผมก็ยังไม่เคยเห็นคนอื่นทำดนตรีให้เหมือน กันนอกจากหมอนี่ ถ้าใครเคยเห็นก็ทักท้วงได้นะครับ อยากรู้อยู่เหมือนกัน พูดถึงเรื่อง ธีม (Theme) ประกอบภาพยนตร์ จะถูกแยกออกจากส่วนที่เป็น Musical Soundtrack นะครับ จะเห็นได้ว่าเวลามีภาพยนตร์ออกฉาย ถ้าเป็นหนังประเภท มหากาพย์ หรือแนวแอกชั่น เรื่องดังๆ จะมี Original Motion Picture Soundtrack หรือภาษาหนังจะเรียกสั้นๆว่า Scores ออกมาขายแยกต่างหาก ซึ่งจะเป็นการบรรเลงจากวง ซิมโฟนี (Symphony) นะครับ ส่วนตัวแล้วผมชอบฟังไอ้ที่เรียกว่า Scores นี่แหล่ะครับ ไม่ได้หัวสูงหรืออะไรหรอกนะครับ ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า ไอ้วงประเภทนี้ประกอบด้วยเครื่องดนตรี กี่ชิ้นแล้วแต่ละชิ้นสำคัญอย่างไร บรรเลงอย่างไร ที่ชอบฟังเพราะว่า ทำให้ได้นึกถึงบรรยากาศในหนังเรื่องโปรดช่วงนั้นๆ มากกว่าครับ ว่าจะพูดแค่เรื่องหนัง ดันร่ายซะยาว วันนี้ไปก่อนละครับ ไว้จะมาพล่ามตอนสุดท้ายให้อ่านกันเดือนหน้า….

ACTOR / ACTRESS

Harrison Ford as Indiana Jones
Sean Connery as Professor Henry Jones
Denholm Elliott as Marcus Brody
Alison Doody as Dr. Elsa Schneider
John Rhys-Davies as Sallah
Julian Glover as Walter Donovan
River Phoenix as the 13-year old Indiana

SPECIAL Price Now!!

Special Edition

Widescreen Edition

THX Digitally Mastered] Widescreen

TRAILER from YouTube

YouTube Preview Image

Comments are closed.